รถ 4 ล้อลิฟท์ท้ายเหมาะกับงาน ขนเฟอร์นิเจอร์ ของหนัก และสินค้าขนาดเล็กถึงกลาง ที่ต้องการความคล่องตัวในการเข้าพื้นที่
เหมาะกับการขน ตู้ โต๊ะ เตียง โซฟา ตู้สำนักงาน และอุปกรณ์บูธ ที่ยกขึ้น–ลงรถด้วยแรงงานคนได้ลำบาก
สินค้าบนพาเลทขนาดไม่ใหญ่มากสามารถใช้ แฮนด์ลิฟท์ร่วมกับลิฟท์ท้าย เพื่อช่วยเคลื่อนขึ้น–ลงรถได้สะดวก
งานย้ายสำนักงาน ร้านค้า หรือคอนโดที่มีของหลายชิ้นแต่ไม่ถึงระดับรถ 6 ล้อ มักเหมาะกับรถประเภทนี้
จุดเด่นของรถ 4 ล้อคือ เข้าซอยแคบและพื้นที่เมืองได้คล่องตัวกว่า รถขนาดใหญ่ในหลายสถานการณ์
รถ 4 ล้อลิฟท์ท้ายยังเหมาะกับงานขน เครื่องจักรขนาดเล็ก ตู้แช่ อุปกรณ์ไฟฟ้า และของมีล้อ ที่ต้องรักษาระดับขณะยก
หากหน้างานไม่มี Loading Dock ลิฟท์ท้ายจะช่วยนำสินค้าจากระดับพื้นขึ้นสู่พื้นรถได้โดยไม่ต้องยกสูงด้วยแรงงานคน
ก่อนใช้งานควรตรวจ น้ำหนักต่อชิ้น ขนาดสินค้า และพิกัดลิฟท์ท้ายของรถคันจริง ให้เหมาะกับของที่จะขน
หากสินค้ามีจำนวนมากหรือมีน้ำหนักรวมสูงจนต้องวิ่งหลายเที่ยว ควรเปรียบเทียบกับ รถ 6 ล้อลิฟท์ท้าย เพื่อดูความคุ้มค่า
โดยทั่วไป งานเฟอร์นิเจอร์ ของหนัก พาเลทขนาดไม่ใหญ่ และพื้นที่เข้าถึงจำกัด คือกลุ่มงานที่เหมาะกับรถ 4 ล้อลิฟท์ท้ายมากที่สุด 🐆🧰
รถ 6 ล้อลิฟท์ท้ายเหมาะกับงาน ขนสินค้าจำนวนมาก ของชิ้นใหญ่ และงานที่ต้องการพื้นที่บรรทุกมาก กว่ารถ 4 ล้อ
เหมาะกับการขน เฟอร์นิเจอร์หลายชุด เครื่องจักร พาเลท อุปกรณ์สำนักงาน และอุปกรณ์บูธขนาดใหญ่ ในเที่ยวเดียว
หากสินค้ามีน้ำหนักมากหรือมีหลายพาเลท รถ 6 ล้อจะช่วยลดจำนวนเที่ยวและทำให้จัดวางสินค้าได้เป็นระบบมากขึ้น
งานย้ายสำนักงาน ร้านค้า โกดัง หรือขนของเข้าศูนย์ประชุม มักเหมาะกับ รถ 6 ล้อลิฟท์ท้ายพร้อมคนยก
ลิฟท์ท้ายช่วยให้สามารถนำของหนักจากระดับพื้นขึ้น–ลงรถได้สะดวก โดยเฉพาะเมื่อใช้ร่วมกับรถเข็นหรือแฮนด์ลิฟท์
รถ 6 ล้อเหมาะกับหน้างานที่มีพื้นที่จอดเพียงพอและสามารถกางลิฟท์ท้ายได้อย่างสะดวก
ก่อนจองควรตรวจ ความสูงทางเข้า จุดโหลดสินค้า และข้อจำกัดของอาคารหรือสถานที่ ว่ารถสามารถเข้าถึงได้หรือไม่
ควรตรวจน้ำหนักต่อชิ้นและ พิกัดลิฟท์ท้ายของรถคันจริง เพื่อให้เหมาะกับเครื่องจักรหรือสินค้าที่ต้องยก
หากของมีปริมาณไม่มากหรือพื้นที่แคบมาก รถ 4 ล้ออาจคล่องตัวและคุ้มกว่าการใช้รถ 6 ล้อ
โดยทั่วไป ของมาก หลายพาเลท ชิ้นใหญ่ และต้องการขนให้จบในเที่ยวเดียว คือกลุ่มงานที่เหมาะกับรถ 6 ล้อลิฟท์ท้ายมากกว่า 🐆🧰
รถ 4 ล้อลิฟท์ท้ายกับรถ 6 ล้อลิฟท์ท้ายต่างกันหลัก ๆ ที่ ความยาว ความกว้าง และปริมาตรพื้นที่บรรทุก ที่สามารถรองรับสินค้าได้
รถ 4 ล้อลิฟท์ท้าย เหมาะกับงานขนาดเล็กถึงกลาง เช่น เฟอร์นิเจอร์ไม่กี่ชุด อุปกรณ์สำนักงาน และสินค้าจำนวนไม่มาก
ด้วยตัวรถที่เล็กกว่า รถ 4 ล้อจึงเหมาะกับ ซอยแคบ คอนโด อาคารสำนักงาน และพื้นที่เมือง ที่มีข้อจำกัดเรื่องทางเข้า
ส่วน รถ 6 ล้อลิฟท์ท้าย มีพื้นที่บรรทุกมากกว่า เหมาะกับของชิ้นใหญ่ สินค้าหลายพาเลท หรือการขนของจำนวนมากในเที่ยวเดียว
หากใช้รถ 4 ล้อแล้วต้องวิ่งหลายเที่ยว การเปลี่ยนเป็นรถ 6 ล้ออาจช่วย ลดจำนวนเที่ยวและเวลาการขนส่ง ได้มากกว่า
นอกจากพื้นที่บรรทุกแล้วควรดู น้ำหนักรวมของสินค้าและพิกัดบรรทุกของรถคันจริง เพื่อไม่ให้เลือกจากขนาดพื้นที่เพียงอย่างเดียว
สินค้าทรงสูง ยาว หรือขนาดพิเศษควรวัดกว้าง×ยาว×สูง เพื่อเทียบกับ ขนาดภายในตู้หรือพื้นที่กระบะ ก่อนจองรถ
หากเป็นสินค้าบนพาเลท ควรดูด้วยว่าสามารถจัดวางได้กี่พาเลทและมีพื้นที่สำหรับ แฮนด์ลิฟท์หรือรถเข็น ภายในรถหรือไม่
ก่อนเลือกรถควรตรวจความสูงทางเข้า จุดโหลด และพื้นที่กางลิฟท์ เพราะรถ 6 ล้อต้องการพื้นที่หน้างานมากกว่ารถ 4 ล้อ
โดยทั่วไป ของไม่มากและพื้นที่จำกัดเหมาะกับรถ 4 ล้อ ส่วนของจำนวนมาก ชิ้นใหญ่ หรือหลายพาเลทเหมาะกับรถ 6 ล้อ มากกว่า 🐆🧰
ขนเฟอร์นิเจอร์ควรเลือกระหว่าง รถ 4 ล้อลิฟท์ท้ายหรือรถ 6 ล้อลิฟท์ท้าย จากจำนวน ขนาด น้ำหนัก และพื้นที่หน้างานเป็นหลัก
หากเป็นตู้ โต๊ะ เตียง โซฟา หรือเฟอร์นิเจอร์ไม่กี่ชิ้น รถ 4 ล้อลิฟท์ท้าย มักเพียงพอและมีความคล่องตัวมากกว่า
รถ 4 ล้อเหมาะกับงานย้ายคอนโด บ้าน หรือสำนักงานที่มีทางเข้าแคบและพื้นที่จอดรถจำกัด
หากมีเฟอร์นิเจอร์จำนวนมาก หลายชุด หรือมีของชิ้นใหญ่หลายรายการ ควรพิจารณา รถ 6 ล้อลิฟท์ท้าย เพื่อเพิ่มพื้นที่บรรทุก
รถ 6 ล้อช่วยลดจำนวนเที่ยวและเหมาะกับงานที่ต้องการ ขนเฟอร์นิเจอร์ให้จบในเที่ยวเดียว มากขึ้น
หากมีตู้หนัก โต๊ะขนาดใหญ่ หรือเฟอร์นิเจอร์บนพาเลท ควรตรวจ พิกัดลิฟท์ท้ายและน้ำหนักต่อชิ้น ก่อนเลือกใช้รถ
ทั้งรถ 4 ล้อและ 6 ล้อสามารถใช้ร่วมกับรถเข็นหรือแฮนด์ลิฟท์ได้ หากสินค้าและพื้นที่หน้างานเหมาะสม
ก่อนจองควรตรวจความสูงทางเข้า จุดจอด และพื้นที่กางลิฟท์ท้าย โดยเฉพาะอาคารหรือคอนโดที่มีข้อจำกัดด้านรถ
ควรส่งรูปเฟอร์นิเจอร์ จำนวนชิ้น ขนาด และพิกัดรับ–ส่ง เพื่อให้ประเมิน ขนาดรถและจำนวนคนยก ได้ใกล้เคียงงานจริง
โดยทั่วไป ของไม่มากและพื้นที่แคบเหมาะกับรถ 4 ล้อ ส่วนของมาก ชิ้นใหญ่ หรือหลายชุดเหมาะกับรถ 6 ล้อลิฟท์ท้าย มากกว่า 🐆🧰
ขนเครื่องจักรหรือสินค้าบนพาเลทควรเลือก ประเภทรถตามน้ำหนัก ขนาด และจำนวนสินค้า เพื่อให้พื้นที่บรรทุกและอุปกรณ์ยกเหมาะกับงาน
หากเป็นเครื่องจักรขนาดเล็กหรือพาเลทจำนวนไม่มาก สามารถพิจารณา รถ 4 ล้อลิฟท์ท้าย ที่มีความคล่องตัวและเข้าพื้นที่ได้สะดวก
หากมีสินค้าหลายพาเลท เครื่องจักรขนาดใหญ่ หรือปริมาณของมาก ควรเลือก รถ 6 ล้อลิฟท์ท้าย เพื่อเพิ่มพื้นที่บรรทุกและลดจำนวนเที่ยว
สินค้าบนพาเลทเหมาะกับรถลิฟท์ท้าย เพราะสามารถใช้ แฮนด์ลิฟท์ร่วมกับแพลตฟอร์มลิฟท์ ช่วยเคลื่อนขึ้น–ลงจากรถได้
ก่อนเลือกรถควรทราบน้ำหนักต่อชิ้น ขนาดกว้าง×ยาว×สูง และตรวจ พิกัดบรรทุกของรถกับพิกัดลิฟท์ท้ายคันจริง ให้เพียงพอ
หากเครื่องจักรมีน้ำหนักมากเกินพิกัดลิฟท์ท้ายหรือไม่สามารถวางบนแพลตฟอร์มได้อย่างมั่นคง อาจต้องใช้ รถเฮี๊ยบหรืออุปกรณ์ยกเฉพาะทาง
ควรตรวจว่าพาเลทมีสภาพแข็งแรงและสามารถใช้แฮนด์ลิฟท์สอดใต้สินค้าได้ก่อน เพื่อป้องกันปัญหาขณะยกและเคลื่อนย้าย
พื้นที่รับ–ส่งควรมีพื้นแข็ง เรียบ จุดจอดเพียงพอ และมีพื้นที่สำหรับ กางลิฟท์ท้ายและควบคุมเครื่องจักร ได้อย่างเหมาะสม
ก่อนจองควรส่งรูปสินค้า น้ำหนัก ขนาด จำนวนพาเลท พิกัด และรูปหน้างาน เพื่อให้ทีมช่วยประเมิน รถ คนยก และอุปกรณ์ขนย้าย
โดยทั่วไป ของไม่มากเหมาะกับรถ 4 ล้อ ของมากหรือหลายพาเลทเหมาะกับรถ 6 ล้อ และของหนักมากอาจต้องใช้รถเฮี๊ยบ ตามลักษณะงานจริง 🐆🧰
ลิฟท์ท้ายของรถ 4 ล้อและรถ 6 ล้อ ไม่มีพิกัดตายตัวตามจำนวนล้อ เพราะขึ้นอยู่กับรุ่นลิฟท์และการติดตั้งของรถแต่ละคัน
สำหรับรถขนาดเล็กหรือรถ 4 ล้อ พบชุดลิฟท์ท้ายหลายรุ่นที่มีพิกัดประมาณ 500, 750 และ 1,000 กก. ตามสเปกผู้ผลิต
ส่วนรถขนาดกลางและรถ 6 ล้อสามารถพบชุดลิฟท์ที่รองรับประมาณ 1,000–1,500 กก. และบางรุ่นสูงถึง 2,000 กก.
ดังนั้นไม่ควรสรุปว่า รถ 4 ล้อยกได้เท่านี้ หรือรถ 6 ล้อยกได้เท่านั้น โดยไม่ได้ตรวจสเปกลิฟท์ของรถคันจริง
ก่อนยกควรดู ป้ายพิกัด Safe Working Load หรือข้อมูลรุ่นลิฟท์ท้าย ที่ติดตั้งอยู่กับรถทุกครั้ง
น้ำหนักที่ต้องคำนวณต้องรวมทั้ง ตัวสินค้า พาเลท รถเข็น หรือแฮนด์ลิฟท์ ที่ขึ้นไปอยู่บนแพลตฟอร์มพร้อมกัน
ตำแหน่งจุดศูนย์ถ่วงก็สำคัญ เพราะเมื่อสินค้าอยู่ห่างจากตัวรถมากขึ้น น้ำหนักที่ลิฟท์สามารถรับได้อาจลดลง ตาม Load Diagram ของผู้ผลิต
ของสูง เครื่องจักร หรือตู้หนักควรตรวจทั้งขนาดแท่น จุดศูนย์ถ่วง และความมั่นคง ไม่ใช่ดูเฉพาะน้ำหนักรวม
ก่อนจองรถควรแจ้ง น้ำหนักต่อชิ้น ขนาดกว้าง×ยาว×สูง จำนวนสินค้า และลักษณะพาเลท เพื่อเลือกรถและลิฟท์ให้ถูกพิกัด
โดยสรุป รถ 4 ล้อมักพบลิฟท์ราว 500–1,000 กก. ส่วนรถขนาดกลาง/6 ล้อพบได้ราว 1,000–2,000 กก. แต่ต้องยึดพิกัดของรถคันจริงเป็นหลัก 🐆🧰
การเลือกรถควรเริ่มจาก น้ำหนักรวม จำนวนชิ้น และขนาดของสินค้า เพื่อดูว่ารถสามารถบรรทุกได้ครบและไม่เกินพิกัดที่กำหนด
หากสินค้าไม่มากและน้ำหนักรวมไม่สูง รถ 4 ล้อลิฟท์ท้าย อาจเหมาะกว่า เพราะมีความคล่องตัวและเข้าพื้นที่ได้สะดวก
หากมีของจำนวนมาก หลายพาเลท หรือสินค้าชิ้นใหญ่ ควรพิจารณา รถ 6 ล้อลิฟท์ท้าย เพื่อเพิ่มพื้นที่และพิกัดบรรทุก
นอกจากน้ำหนักรวมแล้วต้องดู น้ำหนักต่อชิ้น ด้วย เพราะสินค้าบางชิ้นอาจหนักเกินพิกัดลิฟท์ท้ายแม้รถยังมีพื้นที่เหลือ
ควรวัดขนาดกว้าง×ยาว×สูงของชิ้นที่ใหญ่ที่สุด เพื่อดูว่าสามารถขึ้นลิฟท์และจัดวางภายในรถได้อย่างเหมาะสม
หากเป็นสินค้าบนพาเลทควรนับจำนวนพาเลทและตรวจว่ามีพื้นที่สำหรับ แฮนด์ลิฟท์หรือรถเข็น ใช้งานภายในรถได้หรือไม่
ถ้ารถ 4 ล้อต้องวิ่งหลายเที่ยว ควรเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายรวมกับ รถ 6 ล้อเที่ยวเดียว เพราะบางงานรถใหญ่จะคุ้มกว่า
หากสินค้ามีน้ำหนักมากมากหรือเกินพิกัดลิฟท์ท้าย อาจต้องเปลี่ยนไปใช้ รถเฮี๊ยบหรืออุปกรณ์ยกเฉพาะทาง แทน
ก่อนจองควรส่งรูปสินค้า น้ำหนักต่อชิ้น จำนวน ขนาด พิกัดรับ–ส่ง และข้อมูลหน้างาน เพื่อให้ประเมินรถได้แม่นยำขึ้น
การเลือก รถจากน้ำหนักรวม + น้ำหนักต่อชิ้น + จำนวนสินค้า + ปริมาตร + พิกัดลิฟท์ท้าย จะช่วยให้ขนได้เหมาะกับงานและลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น 🐆🧰
พื้นที่แคบหรือคอนโดโดยทั่วไปควรเริ่มพิจารณา รถ 4 ล้อลิฟท์ท้าย เพราะมีความคล่องตัวและเข้าพื้นที่ได้ง่ายกว่ารถ 6 ล้อ
รถ 4 ล้อเหมาะกับงานที่มีสินค้าไม่มาก เช่น เฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์สำนักงาน หรือของหนักจำนวนไม่มาก
หากคอนโดมีทางเข้าแคบ ที่จอดจำกัด หรือมีจุดกลับรถน้อย รถขนาดเล็กจะได้เปรียบกว่า ในการเข้าถึงจุดขนของ
อย่างไรก็ตาม หากมีสินค้าจำนวนมาก หลายพาเลท หรือของชิ้นใหญ่หลายรายการ อาจต้องพิจารณา รถ 6 ล้อลิฟท์ท้าย เพื่อให้ขนได้ครบ
ก่อนเลือกควรตรวจ ความสูงทางเข้า ความกว้างประตูรถ จุดโหลด และพื้นที่กางลิฟท์ท้าย ว่ารองรับรถขนาดใดได้บ้าง
สำหรับคอนโดควรตรวจว่ามีพื้นที่ให้รถจอดชิดอาคารหรือไม่ เพราะลิฟท์ท้ายต้องมีพื้นที่ด้านหลังสำหรับกางแพลตฟอร์ม
หากใช้รถ 6 ล้อไม่ได้ อาจต้องใช้ รถ 4 ล้อหลายเที่ยว หรือแบ่งสินค้าเป็นรอบตามข้อจำกัดของสถานที่
ควรดูจำนวนคนยก ระยะเดินจากรถถึงลิฟต์ และขนาดลิฟต์อาคารร่วมด้วย เพราะมีผลต่อเวลาขนย้ายทั้งหมด
ก่อนจองควรส่งรูปทางเข้า จุดจอด ความสูงจำกัด จำนวนสินค้า และพิกัด เพื่อให้ทีมประเมิน ขนาดรถและรูปแบบการขน ได้เหมาะสม
โดยทั่วไป พื้นที่แคบหรือคอนโดเหมาะกับรถ 4 ล้อ ส่วนรถ 6 ล้อเหมาะเมื่อของมากและสถานที่มีพื้นที่รองรับเพียงพอ 🐆🧰
ค่าบริการรถ 4 ล้อลิฟท์ท้ายกับรถ 6 ล้อแตกต่างกันหลัก ๆ จาก ขนาดรถ พื้นที่บรรทุก และต้นทุนการเดินรถ ของแต่ละประเภท
โดยทั่วไป รถ 4 ล้อลิฟท์ท้าย จะเหมาะกับงานขนาดเล็กถึงกลาง จึงมักมีค่าบริการต่ำกว่ารถ 6 ล้อในเส้นทางและเงื่อนไขใกล้เคียงกัน
ส่วน รถ 6 ล้อลิฟท์ท้าย มีพื้นที่บรรทุกมากกว่า รองรับของจำนวนมากหรือหลายพาเลท จึงมีต้นทุนเชื้อเพลิงและการใช้งานสูงกว่า
หากงานรถ 4 ล้อต้องวิ่งหลายเที่ยว การเลือก รถ 6 ล้อเที่ยวเดียว อาจคุ้มกว่าถึงแม้ราคาต่อเที่ยวจะสูงกว่า
จำนวนคนยกที่ใช้ก็มีผลต่อราคา เพราะงานรถ 6 ล้อมักมีปริมาณสินค้ามากและอาจต้องใช้ แรงงานเพิ่มตามจำนวนของ
ระยะทางต้นทาง–ปลายทาง ค่าทางด่วน ค่าจอด และเวลาที่รถต้องรอหน้างาน จะถูกนำมาคิดร่วมกับขนาดรถด้วย
หากต้องใช้ แฮนด์ลิฟท์ รถเข็น หรืออุปกรณ์ช่วยขนย้ายเพิ่มเติม อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มตามลักษณะงาน
งานที่ต้องยกขึ้นชั้น ไม่มีลิฟต์ หรือมีระยะเดินไกล จะมีผลต่อค่าแรงมากกว่าค่ารถเพียงอย่างเดียว
ก่อนจองควรส่งรูปสินค้า จำนวน น้ำหนัก ขนาด พิกัด และรายละเอียดหน้างาน เพื่อเปรียบเทียบ รถ 4 ล้อกับรถ 6 ล้อ ได้ชัดเจน
การดู ค่าใช้จ่ายรวมต่อเที่ยว จำนวนเที่ยว และเวลาที่ใช้ทั้งหมด จะช่วยเลือกรถที่คุ้มกว่ามากกว่าดูเฉพาะราคาค่ารถเริ่มต้น 🐆🧰
ก่อนจองรถลิฟท์ท้ายควรส่ง รูปสินค้า จำนวนชิ้น และประเภทของที่ต้องขน เพื่อช่วยประเมินขนาดรถได้เบื้องต้น
ควรแจ้ง น้ำหนักต่อชิ้นและน้ำหนักรวมโดยประมาณ โดยเฉพาะเครื่องจักร ของหนัก หรือสินค้าบนพาเลท
ควรวัด ขนาดกว้าง×ยาว×สูงของชิ้นที่ใหญ่ที่สุด เพื่อดูว่าสามารถขึ้นแพลตฟอร์มและจัดวางในรถได้หรือไม่
หากเป็นสินค้าบนพาเลท ควรแจ้งจำนวนพาเลทและขนาดพาเลท เพื่อประเมินพื้นที่บรรทุกของรถ 4 ล้อหรือรถ 6 ล้อ
ควรส่ง พิกัดต้นทาง–ปลายทางและจำนวนจุดรับ–ส่ง เพื่อดูระยะทางและข้อจำกัดของเส้นทางที่รถต้องใช้
รายละเอียดหน้างานควรแจ้งความสูงทางเข้า ความกว้างทางเข้า จุดจอด และพื้นที่สำหรับ กางลิฟท์ท้าย ให้ชัดเจน
หากต้องขนขึ้นชั้นควรแจ้งชั้น ลิฟต์ บันได และระยะเดินจากรถถึงจุดวางสินค้า เพื่อประเมินจำนวนคนยก
ควรระบุว่าต้องใช้ รถเข็น แฮนด์ลิฟท์ หรืออุปกรณ์ช่วยขนย้าย ร่วมกับลิฟท์ท้ายหรือไม่
หากไม่แน่ใจว่าจะใช้รถ 4 ล้อหรือรถ 6 ล้อ ควรส่งรูปสินค้าและหน้างานให้ทีมช่วยเปรียบเทียบพื้นที่บรรทุกและจำนวนเที่ยว
การส่ง รูป + ขนาด + น้ำหนัก + จำนวน + พิกัด + ข้อมูลหน้างาน ให้ครบ จะช่วยเลือกรถลิฟท์ท้ายได้ถูกขนาดและลดปัญหาหน้างาน 🐆🧰
คำถามที่ลูกค้าสงสัย ?